S.E.A. อควาเรียม

S.E.A. อควาเรียม  สำหรับใครที่ชื่นชอบการชมความน่ารักของสัตว์น้ำโดยเฉพาะบรรดาปลาทั้งหลายในท้องทะเลแนะนำว่าที่ประเทศสิงคโปร์นั้นคุณสามารถไปเพลินกับโลกใต้น้ำได้โดยที่นั่นจะมีพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสิงคโปร์เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลมีชื่อเรียกว่า s.e.a. Aquarium   ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นคุณจะเห็นสัตว์มากมายหลายสายพันธุ์เรียกได้ว่ามีสัตว์น้ำมากกว่า 800 ชนิด ให้คุณได้ศึกษาและให้คุณได้ชื่นชมความน่ารักของพวกมัน

          ที่ S.E.A. อควาเรียม  แห่งนี้นั้นจะเป็นอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ เมื่อเราเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เราสามารถที่จะมองเห็นสัตว์น้ำมากมายได้ซึ่งจะมีการตกแต่งบรรยากาศภายในตู้กระจกนั้นให้เหมือนกับภายใต้ท้องทะเลเรือที่เดียวโดยจะมีทั้งผืนทรายและมีปะการังรวมถึงซากปรักหักพังของเรือโบราณต่างๆเพื่อให้ป่าและสัตว์น้ำทั้งหลายนั้นได้อยู่อาศัยเหมือนกับว่ามันมีชีวิตอยู่ในท้องทะเล

      ภายในอุโมงค์ของพิพิธภัณฑ์นั้นคุณจะเห็นปลามากมายหลายสายพันธุ์

แบบไหว้กันไปมาเช่นปลานโปเลียนและปลาเก๋ายักษ์หรือแม้แต่ปลากระเบนหรือปลานกขุนทองหัวโหนกก็มีนอกจากนี้คุณยังได้เห็นฉลามตัวเป็นๆซึ่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นมีฉลามมากกว่า 200 ตัวให้คุณนั้นได้เพลิดเพลินกับความน่ากลัวของมันและถ้าหากใครไปดูแถวๆซากเรือโบราณที่เป็นซากปรักหักพังอยู่ใต้อควาเรียมนี้แล้วก็ขึ้นอาจจะมองเห็นปลาไหลมอเรย์ก็ได้เพราะมันชอบอยู่ตามซอกโขดหินหรือซากปรักหักพังนั่นเอง

           นอกจากเราจะเห็นบรรดาสัตว์น้ำทั้งหลายแล้วจะมีโซนออกมาที่บรรดาเด็กๆชื่นชอบกันมากๆ

ก็คือโซนให้เด็กๆนั้นจะสามารถสัมผัสหรือลองจับสัตว์น้ำตัวจริงๆได้เรียกได้ว่าคุณสามารถอยู่ใกล้ชิดกับสัตว์น้ำเหล่านี้ได้ซึ่งสัตว์น้ำนั้นจะเป็นสัตว์น้ำที่ไม่มีพิษหรือไม่ได้อันตรายและจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ตลอดเวลาเช่นคุณสามารถจับปลิงทะเลหรือตราดาวเล่นได้นั่นเอง

            นอกจากนี้หากใครที่ชื่นชอบความสวยงามของปะการังในท้องทะเลแล้วเราก็ที่อควาเรียมแห่งนี้นั้นก็จะมีโซนที่มีการปลูกปะการังเอาไว้เพื่อให้สัตว์เล็กๆน่ารักๆได้แหวกว่ายและอยู่อาศัยกับแนวปะการังเหล่านี้ซึ่งคุณจะเห็นสัตว์หน้าตาแปลกๆมากมายเต็มไปหมด

ไม่ว่าจะเป็นปลาตีนหรือแม้แต่ปลาเสือพ่นน้ำรวมถึงปลาการ์ตูนและปลาผีเสื้อสีเงินและถ้าหากใครที่ชื่นชอบแมงกะพรุนแล้วเราก็จะมีโซนในการให้แมงกะพรุนอยู่อาศัยเป็นโซนของมันโดยเฉพาะเลยทีเดียวดังนั้นเมื่อคุณเข้าไปในส่วนของแมงกะพรุนแล้วก็คุณจะเห็นแมงกะพรุนแหวกว่ายน้ำลอยตัวเล่นกันเป็นฝูงซึ่งแต่ละตัวนั้นก็จะมีการสะท้อนแสงไฟออกมาสีสันสวยงามมากมายเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.   gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

เที่ยว Neuschwanstein Castle ประเทศเยอรมัน

              ที่ประเทศเยอรมนี  เมืองมิวนิคซึ่งอยู่ในรัฐแคว้น Bara จะมีเทือกเขาที่เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่และทั่วโลกรู้จักกันดีในนามของเทือกเขาเอลฟ์  ที่นี่จะมีประสาทที่เก่าแก่

และมีความสวยงามมากที่สุดของโลก โดยปราสาทแห่งนี้นั้นมีชื่อว่า ปราสาทนอยชวานชไตน์  ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ 1868    สำหรับผู้ที่ให้มีการก่อสร้างปราสาทแห่งนี้ก็คือกษัตริย์ลุกวิกที่ 2   แห่งบาวาเรียนั่นเอง 

        ด้วยความที่ปราสาทแห่งนี้นั้นถูกออกแบบขึ้นมาตามความต้องการของกษัตริย์ลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียพระองค์จึงได้มีการออกแบบให้สอดคล้องกับสไตล์การใช้ชีวิตส่วนตัวของพระองค์เองโดยพระองค์นั้นชื่นชอบการเป็นนักรบและอัศวิน  ดังนั้นตัว ปราสาทนอยชวานชไตน์  จึงมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างไม่เหมือนกับประสาทที่อื่นเพราะยึดตามหลักสไตล์ของกษัตริย์ลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย

          สำหรับสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเอาไว้เป็นที่สำหรับอยู่อาศัยของกษัตริย์ลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียโดยพระองค์นั้นอยากจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติในขณะเดียวกันพระองค์ก็ชื่นชอบบรรยากาศและกลิ่นอายของอัศวินนักรบ  ที่สำคัญพระองค์ชอบความสะดวกสบายอย่างนั้นประสาทแห่งนี้จึงเป็นประสาทที่มีทั้งความโรแมนติกและมีความแข็งแกร่งที่สำคัญ ปราสาทแห่งนี้นั้นมีเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มากมีห้องจำนวนมากมายหลายห้อง โดยวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเป็นห้องสำหรับสร้างความเพลิดเพลินให้กับพระองค์

        อย่างไรก็ตามหลังจากที่พี่กษัตริย์ลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรียสิ้นพระชนม์สถานที่แห่งนี้ก็ถูก ปรับเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเนื่องจากว่าเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและยังสามารถที่จะทำให้บรรดานักศึกษาหรือผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของปราสาทราชวังสามารถที่จะเข้ามาศึกษาข้อมูลที่ปราสาทแห่งนี้ได้ดังนั้นนับตั้งแต่ปีค.ศ 1956   ทางรัฐบาลจึงได้มีการประกาศให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ประชาชนจะสามารถมาศึกษาหาความรู้และสามารถเข้ามาเยี่ยมชมความงดงามได้ 

        ถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนนึกรูปร่างหน้าตาปราสาทแห่งนี้ไม่ออกว่าปราสาทนอยชวานชไตน์  จะมีความสวยงามมากเพียงใดก็ให้ลองนึกถึงปราสาทของดิสนีย์ที่เป็นที่อยู่ของเจ้าหญิงเจ้าชาย ใน นิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทราเพราะว่า สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ก็มีการนำความสวยงามของปราสาทนอยชวานชไตน์  มาเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทให้กับเจ้าหญิงนิทรานั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามถ้าหากนักท่องเที่ยวอยากจะชมความงดงามของ Neuschwanstein Castle  ที่มีหิมะปกคลุมไปด้วยและมองทางไหนก็จะมีแต่สีขาวของหิมะแนะนำว่าให้มาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเปรียบเสมือนประสาทในฤดูหนาวในเทพนิยายเลยทีเดียว สำหรับการเดินทางมาที่Neuschwanstein Castle  แห่งนี้ 

        หลังจากที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงตรงบริเวณด้านล่างของตัวปราสาทจะต้องมีการขึ้นไปด้านบนนักท่องเที่ยวจะใช้วิธีการนั่งรถมาก็ได้บรรยากาศก็จะเหมือนกับคนในโบราณเดินทางหรือบางคนจะใช้เป็นวิธีการเดินชมวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางก่อนจะถึงตัวปราสาทก็ได้ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ 30 นาทีแต่ถ้าหากเราเหนื่อยก็มีรถบัสคอยบริการซึ่งการนั่งรถบัสนั้นจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็จะไปถึงบริเวณหน้าปราสาทแล้ว 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20