สวีเดนดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน

The royal palce stockholm   เป็นพระราชวังที่กษัตริย์หรือพระราวงศ์ของประเทศสวีเดนอาศัยอยู่ ที่เค้าได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมส่วนหนึ่งด้วย การเข้าไปเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ต้องมีเวลาพอสมควรและต้องซื้อบัตรเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมด้วย แต่ถ้าได้เข้าไปแล้วก็ถือว่าคุ้ม เพราะการตกแต่งภายใน ตั้งแต่บันไดทางขึ้น ตลอดไปจนฝาผนังการแกะสลักตามทางเดินก็สวยมาก ข้าวของเครื่องใช้ โต๊ะ เก้าอี้ที่เราได้เห็นก็เป็นของจริงที่ทางพระราชวังได้ใช้งานจริงเมื่อมีโอกาสพิเศษหรือมีบุคคลสำคัญมาเยี่ยมเยียน

Kungsträdgården เป็นสวนซากุระใจกลางเมืองสต็อกโฮล์ม แต่ซากุระนั้นจะมีช่วงประมาณเดือนเมษายน ถ้าใครผ่านไปก็สามารถแวะไปถ่ายรูปได้

Sergel Torgs เป็นจตุรัสกลางเมืองสต็อกโฮล์มแห่งแรก ถ้าช่วงไหนที่มีงานเทศกาลจะมีงานมีร้านค้ามาจัดงานกัน

Stureplan   เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่มากๆ จะมีห้าง Åhléns ภายในห้างนี้จะเป็นแบรนด์ระดับกลางๆ ราคาจับต้องได้ และโดยรอบๆบริเวฯห้างนี้ก็จะเป็นสองข้างทางให้เราได้เดินช้อปปิ้งกันได้ยาวๆจนลืมเวลา ลืมความเมื่อยกันไปเลย ในสองข้างท้างก็มีแบรนด์ที่ขาดไม่ได้

เพราะเป็ยแบรนด์ของประเทศสวีเดนเองนั่นคือ H&M ซึ่งมีหลายร้าน หลายสาขามาก หรือไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ ZARA คนก็เยอะมาก เหมือนแจกฟรี ตลอดไปจนพวก Louis vuitton , Gucci พวกแบรนด์ hiend ก็มี และก็จะมีห้าง NK (NK เป็นห้างอารมณ์เหมือนพารากอนบ้านเรา) 

vasa museum พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง  เป็นเรือรบ Vasa ลำแรกของสวีเดนในสมัยนั้นที่ทำด้วยไม้ ที่จมอยู่ใต้น้ำประมาณ 300 กว่าปีก่อน ที่เป็นเรือใหญ่สูงประมาณ 4 ชั้น เรือลำนี้แล่นออกไปได้ไม่เท่าไหร่(ประมาณ10นาที)ก็จมเลย และเก็บกู้ขึ้นมาได้สำเร็จ

เลยเอามาสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ขอย้ำเลยว่าใครที่อยากมาท่องเที่ยวที่สวีเดนช่วงหน้าหนาว ควรเตรียมร่างกาย ความอุ่นของเสื้อผ้าให้พร้อมอย่างน้อยต้องให้ชัวร์ว่าแจ็คเก็ตที่คุณเตรียมไปนั้นต้องเอาอยู่แน่ๆ  เพราะอากาศหนาวมากจริงๆ ถึงขั้นที่ฝรั่งที่นั่นยังพูดเองว่า Not cold but Freeze

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

เกาะล้าน กับร้านมาหารัก

วันนี้ขอพานั่งเรือข้ามฝั่งไปยังเกาะล้านเมืองพัทยา เกาะที่หลายคนคงรู้จักกันดี นอกจากน้ำทะเลจะใสแล้ว ยังมีร้านอาหารเปิดใหม่ ที่รับรองว่า ได้เข้าไปเยี่ยมเยือนเมื่อไหร่ จะต้องสบายอารมณ์กับบรรยากาศและอาหารอย่างแน่นอน มาหารัก คาเฟ่ ร้านอาหารและกาแฟแห่งเดียวบนเกาะล้าน

ที่ตกแต่งในสไตล์ ลอฟต์ มินิมอล หากให้นิยามและจำกัดความร้านมาหารัก คาเฟ่ คงต้องใช้คำว่า เท่ ดูดี และอบอุ่น โดยทางร้านได้ออกแบบให้ร้านมีความโปร่ง โล่ง สบาย เมื่อลูกค้าเข้ามาภายในร้าน ได้รับความรู้สบายและผ่อนคลาย โดยของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่มี ไม่ต้องมากชิ้นแต่เข้ากับโครงสร้างของความเป็นลอฟต์ได้ป็นเอย่างดี ร้านมาหารักคาเฟ่ แบ่งออกเป็น 2 โซน

คือโซนด้านในและโซนด้านนอก สำหรับโซนด้านใน เหมาะสำหรับนั่งรับประทานอาหาร จิบกาแฟ ทานขนมฟังเพลงเพลินๆ ในช่วงเช้า ส่วนโซนด้านนอก สำหรับนั่งกินลมชมวิวฟังเสียงคลื่นในช่วงยามบ่ายหลังจากที่พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง

และยิ่งบรรยากาศในช่วงเย็น ชมทะเลยามอาทิตย์อัสดงและแสงสุดท้ายของวัน จิบเครื่องดื่มเบาๆ รับรองว่า ฟิน สุดสุด พูดถึงบรรยากาศของร้านกันไปแล้ว มาที่เรื่องอาหารกันบ้าง ที่ร้านมีเมนูให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทยและเทศ แต่ทีเด็ดของร้านที่ต้องลองชิมกันสักครั้งหรือหลายครั้ง ต้องยกให้ สปาเก็ตตี้ขี้เมา ซึ่งความพิเศษของจานนี้อยู่

ความพิเศษของน้ำพริก ที่เป็นเหมือนหัวใจสำคัญ เพราะทางร้านใช้น้ำพริกของชาวเกาะล้านที่ตำเอง โขลกเอง ปรุงเอง ซึ่งจะมีรสชาติเข้มข้นกว่าน้ำพริกแกงทั่วไป เมื่อนำมาคลุกเคล้ากับเส้นสปาเก็ตตี้ หมึก หอย และกุ้งตัวใหญ่ ทำให้จานนี้รสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนไทยอย่างแน่นอน ของเครื่องปรุงในชิ้นเนื้อหมูเข้ากับขนมปังได้เป็นอย่างดี

ถัดมาที่เมนูแนะนำของทางร้านที่ ชิมอาหารหลักกันแล้ว อย่าลืมเผื่อท้องไว้ทานของหวานกันด้วย เพราะของหวานที่นี่มีเมนูเด็ดหลายเมนู ทั้ง บราวนี่ และนิวยอร์ก อัลมอนต์ ชีสเค้ก ที่ทางร้านทำสดใหม่ๆ และยังเป็นสูตรเด็ดของทางร้านโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเมนู มหารัก มา-หา-รัก วาฟเฟิล เมนูวาฟเฟิล ที่เป็นการนำเอา วาฟเฟิล วางด้วยสตอเบอรี่และกีวี่

พร้อมด้วยไอศครีมและวิป ปิ้งครีม ราดด้วยช็อกโกแลต แค่เมนูเดียวรับรองว่าได้ทั้งรสเปรี้ยวจากผลไม้ ซึ่งในช่วงเย็นย่ำ ยังมีค็อกเทล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้จิบ ชมฟ้า ชมดาว และทุกค่ำคืนวันเสาร์จะมีวงดนตรีอะคูสติกมาเล่นให้ฟังกันสดๆ เพลิน ๆ

หากอยากนั่งฟังเพลงในบรรยากาศชิล ชิล รับลมทะเล ต้องลองมาสัมผัสกันดู แล้วจะรู้ว่า ความสุขที่เรียบง่ายเป็นอย่างไร วันจันทร์ถึงพฤหัส เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 วันศุกร์ถึงอาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 10.00 – 24.00 หยุดทุกวันพุธ พิกัดร้าน จากบริเวณท่าหน้าบ้าน ตรงไปทางวัดใหม่สำราญ มาประมาณ 500 เมตร

 

สนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

น้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต

              สำหรับวันนี้เราจะพากันไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่นี่เขาว่ามีน้ำตกสวยสวยมากมายหลายที่ให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับความงดงามตามธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปเที่ยวในครั้งนี้คือ น้ำตกผากล้วยไม้ ที่เขาว่ากันว่ามีความงดงามอย่างที่สุด และตลอดเส้นทางที่เราจะเดินทางไปชมความงามของน้ำตก

เราจะได้พบทั้งต้นไม้พรรณหายาก และสัตว์ป่าที่บางชนิดเรารู้จักแต่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน และบางชนิดที่เราอาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้ และที่เราจะต้องพบเห็นระหว่างทางมากที่สุดกล้วยไม่ เพราะว่าชื่อน้ำตกก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นน้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต

  ซึ่งน้ำตกผากล้วยไม้แห่งนี้ แอบซ่อนตัวเองเอาไว้ในอุทยานแห่งชาติดเขาใหญ่แห่งนี้มานานหลายปีแล้ว ซึ่งการเดินทางที่จะเข้าชมความงดงามของน้ำตกนั้นอาจจะต้องทำเอาหลายคนถึงกับเหนื่อยหอบเลยทีเดียวเพราะต้องเดินทางไกลเป็นระยะทางถึง 2 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว แต่หากใครที่ชื่นชอบการผจญภัย นิยมชอบการเดินป่าเพื่อต้องการศึกษาสภาพป่าไม้

ชีวิตของสัตว์ป่าและชอบเห็นต้นไม้แปลกแปลก และสัตว์แปลกแปลกแล้วละก็ที่นี่ เหมาะกับการท่องเที่ยวตามแบบที่คุณชอบมาก เพราะด้วยระยะทางที่กว่า 2 กิโลเมตรที่กว่าคุณจะเดินไปถึงน้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต  

นั้นคุณจะต้องเดินป่าเข้าไปซึ่งระหว่างทางที่เดินก็จะเห็นธรรมชาติรอบตัวที่งดงาม แต่เนื่องจากป่าที่นี่เป็นป่าทึบดังนั้น ตลอดเส้นทางที่เดินไปน้ำตก คุณจะไม่รู้สึกถึงความร้อนเลย เพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยปิดบังแสงแดดไว้ให้ และไม่ต้องกลัวว่าจะหลงป่า เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานมีการทำทางไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินได้อย่างสบายและที่สำคัญมีการทำป้ายบอกทางเอาไว้เป็นระยะ ระยะ ทำให้ไม่มีทางที่จะหลงแน่นอน หากเราไม่เดินออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ทำไว้

และหากใครอยากเห็นกล้วยไม้ที่มีความสวยงามหลากสีสัน ต้องมาช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่กล้วยไม้กำลังออกดอกบานสะพรั่ง โดยเฉพาะดอกกล้วยไม้สีแดง ที่มีลักษณะเป็นช่อยาวยาวสีแดง เรียนว่าพันธ์หวายแดง  และยังมีดอกพิศวงที่จะขึ้นมาตามพื้นดินสอดแทรกระหว่าดินกับหินขึ้นมา ตลอดเส้นทางที่ไปน้ำตกผากล้วยไม้ เหวสุวัต  

อากาศจะสดชื่นเย็นสบายทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินและเมื่อมาถึงที่ตั้งน้ำตก เราจะพบกับภาพความสวยงามของน้ำตกที่หาดูได้ยากยิ่งกับความสูงของน้ำตกถึง 10 เมตร น้ำตกที่นี่จะมีน้ำไหลจากหน้าผาสูงลงมา ตกกระทบกับโขดหิน ที่มีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กที่มีความสูงต่ำแตกต่างกันไป เสียงน้ำกระทบหินและการกระเซ็นของน้ำยามตกลงมาที่ก้อนหิน จะทำให้ความเหนื่อยตลอดเวลาที่เดินมาเพื่อจะชมกับความงดงามของน้ำตกหายไปทันที 

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า Ufabet168  ที่ให้การสนับสนุน

5 ร้าน Buffet Ice-cream ที่ไม่ควรพลาด

อากาศร้อน ๆแบบนี้หากหมดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 เมื่อไหร่คงไม่พลาดที่จะรีบพุ่งตัวไปที่ร้าน Buffet Ice-cream เพื่อดับความร้อนกันสักหน่อย บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 5 ร้าน Buffet Ice-cream ที่สามารถรับประทานได้ไม่อั้น รับประทานมากเท่าไหร่ก็ราคาเท่าเดิมให้ทุกคนได้เก็บไว้ในใจ หมด Covid-19 เมื่อไหร่ จะรีบพุ่งตัวไปกันเลยทันที

  1. Velayen Icecream ร้านเวลาเย็น ไอศกรีมกะทิสดรวมมิตรสูตรโบราณ จะเย็นสมชื่อหรือไม่ ต้องลองตามไปทดสอบกัน ร้านเวลาเย็น ตั้งอยู่ที่ถนนนางลิ้นจี่ เป็นร้าน Buffet Ice-cream ที่มีหลากหลายรสชาติ แต่ Signature ของร้านจะอยู่ที่ไอศกรีมกะทิสดที่เป็นสูตรโบราณ มีความหอมมันกลมกล่อมได้รสชาติกะทิเป็นอย่างมาก จ่ายแค่เพียงท่านละ 49 บาทเท่านั้นก็สามารถรับประทานไอศกรีมกันได้อย่างไม่อั้นแล้ว แต่จำกัดเวลาในการรับประทานเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ที่พิเศษที่สุดก็คือเราสามารถเลือกตัก Topping ได้เองเท่าไหร่ก็ได้แต่ต้องอยู่ภายในเวลา 1 ชั่วโมงที่ทางร้านกำหนดเท่านั้น 
  2. เย็นพุง Ice-cream Buffet โดยร้านที่บทความนี้จะนำมาแนะนำจะเป็นสาขา 2 ซึ่งตั้งอยู่ที่ Billion Park ในเขตลาดกระบัง เพราะสาขาแรกของร้านเย็นพุงนั้นจะอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ใครที่สะดวกสาขาไหนก็สามารถตามไปรับประทานกันได้ ที่ร้านแห่งนี้จะมีทั้งสั่งแบบจานเดียว โดยมีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร เช่น Honey Toast, Waffle, Italian Soda และอื่น ๆอีกมาย แต่จุดเด่นของที่ร้านเย็นพุงแห่งนี้ก็คือ Ice-cream Buffet ที่จ่ายเพียงแค่ 89 บาทต่อคน ก็สามารถเลือกรับประทานไอศกรีมได้ทุกรสชาติอย่างไม่อั้นเลยทีเดียว
  3. Pick Me Gelato ร้าน Ice-cream Buffet ที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ร้านนี้จึงมีนักศึกษาเข้ามาเป็นลูกค้ากันค่อนข้างมากเลยทีเดียว ด้วยจุดเด่นของไอศกรีมที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่ทำขึ้นมาเองเป็นแบบ Low Fat ทำให้ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ซึ่งเข้ากับ Concept Buffet เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทางร้านจะจัดโปรโมชั่น Buffet ตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น หากใครที่จะไปทาน Buffet ต้องคอยติดตามโปรโมชั่นจากทาง Facebook ของทางร้าน และที่เป็นที่ติดใจของใครหลาย ๆคน และเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้คนที่ยังไม่เคยไป นั่นก็เพราะ ความแปลกของรสชาติไอศกรีมที่ไม่ซ้ำร้านไหนอย่างแน่นอน เช่น รสกระทิงแดง รสวาซาบิ และอีกหลากหลายรสชาติมากมาย
  4. MO & MOSHI ตั้งอยู่ที่ย่านใจกลางเมือง แหล่งรวมตัวของเหล่าวัยรุ่นที่ Siam Center ชั้น 2 เป็นร้าน Ice-cream Buffet โดยมีราคาต่อคนละ 199 บาท แต่ทั้งนี้โปรโมชั่น Buffet ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่ทางร้านกำหนดเท่านั้น ซึ่งสามารถติดตามได้ที่ช่องทางติดต่อต่าง ๆของทางร้าน ส่วนในช่วงเวลาที่ไม่มีโปรโมชั่นนั้นก็จะมีความพิเศษอยู่ที่เมนูไอศกรีมจานยักษ์ที่อัดไอศกรีมมาอย่างแน่นจนแทบจะล้นจาน และ Topping ที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย
  5. ศิริชัย ไอศกรีม หากใครที่ชอบไอศกรีมแบบรสชาติดั้งเดิมสูตรโบราณ ไม่ควรพลาดที่ร้านศิริชัยแห่งนี้ ซึ่งร้านแห่งนี้อยู่ที่ตลาดบางบัวทอง มีให้เลือกทั้งแบบโคนกรอบ ขนมปังนุ่ม และแบบถ้วยกระดาษ ให้ได้เลือก ตัวไอศกรีมนั้นแม่ค้าจะเป็นคนตักให้ แต่ที่พิเศษนั่นก็คือ Buffet Topping เพราะเราสามารถตักเองได้ตามใจชอบ และไม่อั้นอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet สมัคร

ของฝากน่าซื้อเมื่อมาเที่ยวที่คุมาโมโตะประเทศญี่ปุ่น

เมื่อพูดถึงเมืองคุมาโมโตะในประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาแล้วทุกคนจะนึกถึงอะไรขึ้นมาก่อนคะ ถ้าให้เดาหลายๆคนคงจะตอบกันว่าเจ้าหมีคุมะมงแน่นอน เพราะเป็นมาสคอตประจำคุมาโมโตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับสากล

แต่จริงๆแล้วนั้นที่เมืองคุมาโมโตะไม่ได้มีดีแค่เจ้าคุมะมงนะคะ ที่คุมาโมโตะยังมีอาหารอร่อยๆ ขนมหวานเลิศรส และของฝากน่าซื้ออีกเยอะแยะเลยค่ะ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำของฝากน่าซื้อจากคุมาโมโตะกันค่ะ

  1. เยลลี่ส้มเดโกะปง (Ashikita no Dekopon Jelly) โดยเดโกะปงเป็นส้มแมนดารินสายพันธุ์หนึ่งของเมืองคุมาโมโตะที่เป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงในเรื่องของความหวานอมเปรี้ยว กินแล้วสดชื่น และมีผลที่ใหญ่ค่ะ  โดยเยลลี่ส้มเดโกะปงนั้นเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากค่ะ เพราะทานง่าย ได้รสส้มเดโกะปงแท้ๆ และยังมีแคลอรีต่ำอีกด้วยค่ะ
  2. เค้กถั่วแดงสอดไส้ (Homare no Jindaiko) เป็นขนมที่ประกอบไปด้วยแป้งข้าวสอดไส้ด้วยถั่วแดง โดยขนมชนิดนี้นั้นเป็นที่ชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยเนิ่นนาน ซึ่งวิธีการทำนั้นพิถีพิถันอย่างมากใช้ถั่วแดงที่คัดสรรจากมืออย่างดีของฮอกไกโด น้ำผึ้ง และน้ำใต้บาดาลจากอาโซะเพื่อทำขนมอันแสนอร่อยนี้ ใครไปคุมาโมโตะอย่าลืมซื้อขนมชนิดนี้เลยนะคะ
  3. อากะสาเก (Akazake) คือ สาเกสีแดง ซึ่งป็นเหล่าชนิดหนึ่งที่มีอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้นกว่าเหล้าชนิดทั่วไป โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตที่มีเอกลักษณ์ เป็นสาเกที่มีความโดดเด่นในเรื่องของกลิ่นหอมจากไม้แอ็ช และยังเป็นที่นิยมได้รับการกล่าวว่าเป็น “สาเกของเหล่ามวลชน” มาตั้งแต่กาลนาน อีกทั้งยังเป็นสาเกที่สามารถนำมาใช้ทำอาหารได้อีกด้วย เช่น หมักให้เนื้อและปลานิ่มขึ้น ช่วยให้มีรสหวานกลมกล่อม และช่วยดับกลิ่นคาวได้อีกด้วย
  4. คุมะมงไซเดอร์ (Kumamon Cider) เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่ามาสคอตประจำเมืองคุมาโมโตะคือคุมะมงจึงทำให้มีสินค้ารูปคุมะมงวางขายอยู่เต็มไปทุกร้านค้าทั้งเสื้อค้า เครื่องประดับไปจนของกินต่างๆ ซึ่งของกินที่มีเจ้าคุมะมงบนสินค้าแล้วขายดีคือคุมะมงไซเดอร์นั้นเองค่ะ โดยคุมะมงไซเดอร์นั้นตัวไซเดอร์จะผลิตมาจากน้ำพุธรรมชาติจากอาโซะ ซึ่งทำให้ได้ลิ้มรสจากธรรมชาติของคุมาโมโตะโดยแท้งจริงเลยล่ะค่ะ สามารถหาซื้อได้ตามร้านสุราค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  Ufabet ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

พาเที่ยวเซ็นทรัลเวิลด์ห้างสรรพสินค้า

พาเที่ยวเซ็นทรัลเวิลด์ห้างสรรพสินค้าที่ไม่ได้มีดีแค่การขายของภายในห้าง

       หลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงต้องมาแนะนำห้างเซ็นทรัลเวิลด์ทั้งที่คนในกรุงเทพฯทุกคนต่างก็รู้จักห้างเซ็นทรัลเวิลด์กันเป็นอย่างดีสำหรับห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้นเป็นห้างใหญ่กลางกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นแหล่งรวมขา Shopping ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป

หรือแม้แต่เหล่าดาราศิลปินต่างก็นิยมไปเดินซื้อของที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ด้วยกันทั้งนั้นและยิ่งในช่วงวันปีใหม่ประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางไปเคาท์ดาวน์กันที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์เพราะที่นี่จะมีการจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่อลังการทั้งมีคอนเสิร์ตและมีการจุดพลุซึ่งเป็นศูนย์รวมของประชาชนคนกรุงเทพที่จะไปเคาท์ดาวน์กันเลยทีเดียว

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้นไม่ได้มีดีแค่ความเป็นห้างใหญ่และมีสินค้าขายของมากมายเท่านั้นแต่ที่นี่ที่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์นั้นจะมีศาลพระภูมิที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าศาลพระภูมิพระตรีมูรติแห่งนี้เป็นศาลพระภูมิที่คนหนุ่มสาวมักจะพากันมากราบไหว้เพื่อขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักโดยใช้ก็ตามที่ต้องการขอพรเกี่ยวกับความรักให้สมหวังในรักนั้น

มักจะมาขอพรกันที่ศาลตรีมูรติแห่งนี้กันทุกคนและส่วนใหญ่ก็จะได้สมหวังดังใจปรารถนาสำหรับที่ตั้งศาลพระตรีมูรติแห่งนี้จะอยู่ตรงบริเวณแยกราชประสงค์ซึ่งบริเวณนี้จะอยู่บริเวณหน้าห้างของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ใครขับรถผ่านไปผ่านมาก็มักจะมองเห็นศาลพระตรีมูรติแห่งนี้อยู่แล้วแต่อาจจะไม่เคยมีใครรู้ว่าท่านให้โชคลาภ

หรือว่าให้พรเกี่ยวกับเรื่องอะไรดังนั้นหากใครที่อยากได้ฤกษ์งามยามดีในการเจอคนรักที่ดีก็สามารถมาขอพรกับศาลพระตรีมูรติแต่งนี้ได้เลยและมีเคล็ดลับอย่างหนึ่งว่าหากอยากให้พรที่ขอนั้นสัมฤทธิ์ผลให้มาในวันพฤหัสบดีและการขอพรนั้นจะต้องมาขอพรในช่วงเวลา 09:30 น.และอีกช่วงเวลาหนึ่งก็คือช่วงเวลา  21:30 น.

และสิ่งที่จะต้องเตรียมมาสำหรับในการกราบไหว้ขอพรศาลพระตรีมูรติแห่งนี้นั้นจะต้องเป็นสิ่งของที่เป็นสีแดงเท่านั้นโดยจะใช้กุหลาบแดงจำนวน 9 ดอกธูปที่เป็นสีแดงรวมถึงเทียนสีแดงซึ่งเป็นเทียนคู่และมีเทคนิคหรือทริกง่ายๆสำหรับในการขอพร

เพื่อให้สมหวังสมดังใจปรารถนาของเราก็คือจะต้องทำทุกอย่างที่เราเตรียมมากราบไหว้ขอ พรศาลพระตรีมูรตินั้นไว้อยู่ติดๆกันซึ่งจะทำให้เราสมหวังดังใจปรารถนาและถึงแม้ว่าใครที่มีคู่รักอยู่แล้วจะมากราบไหว้ขอพรที่นี่ก็สามารถที่จะเดินทางมาได้

เพราะจะช่วยทำให้ความรักของคุณยิ่งสมหวังรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นไปอีกและเมื่อใดก็ตามที่คุณขอพรนั้นสมใจปรารถนาของคุณแล้วคุณจะต้องเดินทางมาขอบคุณศาลพระตรีมูรติ แห่งนี้ด้วยการเตรียมมะพร้าวหรือแม้แต่น้ำอ้อยหรือจะใช้เป็นนมสดก็ได้นำมาถวายแต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดห้ามนำอาหารคาวทุกชนิดมาถวายอย่างเด็ดขาด

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

เดินทางไปพักผ่อนกับน้ำตกสาลิกา

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวผู้คนมักจะท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่างๆ หรือตามภูเขา ทะเล น้ำตก ซึ่งน้ำตกในแต่ละที่ก็จะมีความงดงามแตกต่างกันออกไป สำหรับวันนี้จะมาแนะนำเมืองนครนายกที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายอย่างและมีน้ำตาที่สวยงามหลายแห่ง

 

 

หากใครที่เคยผ่านมาที่จังหวัดนครนายก คุณจะเห็นสองข้างถนนเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์และคุณสามารถเปิดกระจกรถรับเอาความเย็นจากธรรมชาติ สายลมที่พัดผ่านร่ายกายของคุณจะทำให้รู้สึกสดชื่น ยิ่งถ้าขับผ่านเส้นทางที่จะไปน้ำตกสองข้างทางจะเต็มไปด้วยตนไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นเหมาะแก่การขับรถเล่นและมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก

สำหรับที่นี่เรามักจะเห็นผู้คนขับรถจักรยานยนต์เพื่อมาเที่ยวน้ำตกเยอะมาก เพราะตลอดการเดินทางเมื่อเข้ามาในเขตของนครนายกแล้ว อากาศสดชื่น ไม่ร้อนอบอ้าว และเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่แรกที่จะแนะนำคือ น้ำตกสาสิกา ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกอื่นๆของประเทศไทยเลย

ที่น้ำตกแห่งนี้มีการมาถ่ายทำประกอบฉากในภาพยนตร์หลายเรื่องด้วยกัน เนื่องจากความงดงามของสายน้ำที่ทอดยาวลงมาจากหน้าผาสูง ตกลงมาด้านล่างที่มีแอ่งและก้อนหินน้อยใหญ่รองรับ เมื่อน้ำตกลงมาเราจะมองเห็นน้ำกระเซ็นเป็นฝอย ให้ทั้งความสวยงามและความสดชื่น เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก

น้ำตกสาลิกาจะมีจำนวนชั้นสูงถึง 9 ชั้นเลยทีเดียวและแต่ละชั้นก็จะมีแอ่งน้ำขนาดเล็กเอาไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ลงไปเล่นน้ำกันได้ ซึ่งจำนวนชั้นทั้ง9 ชั้นนั้นทางเจ้าหน้าที่น้ำตกได้ทำทางเล็กๆเอาไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวที่อยากเห็นความงดงามของน้ำตกแต่ละชั้นได้เดินขึ้นไปเพื่อชื่นชมความงามได้ ซึ่งหลายคนก็ไม่พลาดที่จะขึ้นไปสำรวจความงดงามนี้

และความสูงของน้ำตกแต่ละชั้นก็สูงไม่เท่ากันซึ่งสามารถวัดความสูงของน้ำตกที่มีน้ำตกลงมาสูงสุดถึง 100 เมตรด้วยกัน สำหรับที่นี่เจ้าหน้าที่ดูแลน้ำตกจะมีการจัดสถานที่เอาไว้ให้นั่งชมความงามของธรรมชาติและน้ำตกเอาไว้ให้แต่หากใครที่อยากจะนำเสื่อมาปูนอนเองก็ทำได้ รวมถึงสามารถนำอาหารเข้ามาทานที่นี่ได้แต่ต้องรักษาความสะอาดให้เจ้าหน้าที่ด้วย

มีห้องน้ำคอยให้บริการอยู่หลายจุดด้วยกัน สำหรับที่นี่เราสามารถมากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ จะมีแอ่งน้ำที่ไม่ลึกมากนักสามารถให้บุตรหลานของเราลงไปเล่นน้ำได้ และการเที่ยวน้ำตกที่ดี และเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเราและครอบครัว

ควรปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดยิ่งในหน้าฝนที่ฝนจะตกบ่อยหากมีเจ้าหน้าที่เรียกให้ขึ้นจากน้ำตกให้รีบขึ้นเพราะบางครั้งจะมีน้ำป่าไหลหลากลงมากระแสน้ำจะพัดแรง อาจทำให้เกิดอันตรายกับเราได้ สำหรับที่นี่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ฟรี และจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00 -17.00 น. 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด

ญี่ปุ่นฤดูอบอุ่นช่วงซากุระ

ญี่ปุ่นบอกเลยว่าไม่ว่าจะฤดูไหนก็สวยงามทุกฤดูด้วยท้องฟ้าที่มีความละมุนแตกต่างจากท้องฟ้าประเทศอื่นๆ ไม่เชื่อลองสังเกตจากรูปถ่ายได้เลย ว่าท้องฟ้าประเทศญี่ปุ่นนั้นสวยงามและแตกต่างจากที่อื่น

และบวกกับบ้านเมืองและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของญี่ปุ่นแล้วนั้นไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนก็ยังคงซึ่งความเป็นญี่ปุ่นไว้ได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดความสวยงามในทุกๆฤดูที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยนั่นเอง

ถ้าพูดแล้วนั้นญี่ปุ่นมีความสวยงามทุกฤดูก็จริงแต่แน่นอนว่าจะมีอยู่ฤดูหนึ่งที่สวยงามและแตกต่างไปจากทุกๆฤดูก็คือ ฤดูใบไม้ผลินั่นเองเพราะเป็นช่วงหลังจากฤดูหนาวกำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อนทำให้อากาศช่วงนี้นั้นมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิจากที่หนาวจัดๆ

ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูอบอุ่นนั่นเองหรือเรียกว่าฤดูอบอุ่นช่วงซากุระ โดยในฤดูนี้นั้นจะเกิดขึ้นช่วงกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งจะเกิดช้าหรือเกิดเร็วก็ขึ้นอยู่กับในแต่ละภูมิภาคนั่นเอง แต่ในแทบจะทุกภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีความสวยงามในฤดูอบอุ่นในช่วงซากุระอยู่และการที่จะไปเจอฤดูอบอุ่นและซากุระได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับดวงด้วยเช่นกัน

เพราะในแต่ละปีนั้นการเกิดฤดูนี้นั้นไม่ได้ตรงกันในทุกปี ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปีนั่นเอง บางปีนั้นเกิดขึ้นเร็วมากและบางปีนั้นก็เกิดขึ้นช้ามาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางคนนั้นก็อาจจะมีการแพลนที่ผิดพลาดและทำให้พลาดฤดูในช่วงนี้ไปนั่นเอง เพราะถึงแม้จะมีการพยากรณ์ในทุกๆปีแต่แน่นอนว่าเป็นแค่เพียงการพยากรณ์เท่านั้นและใช้การพยาการณ์

โดยใช้เกณฑ์ในปีที่ผ่านๆมานั่นเองแต่โดยส่วนมากแล้วจะมีช่วงที่ตรงกับพยาการณ์ด้วย ฤดูอบอุ่นและซากุนะนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะอยู่ประมาณ 5-7วันโดยประมาณหลังจากนี้ดอกซากุระก็จะค่อยๆร่วงจนหมดต้นและนั่นถือว่าเป็นสัญญาณการเข้าสู่หน้าร้อนนั่นเอง

โดยในช่วงนี้นั้นจะเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นตื่นเต้นกันมาก เนื่องจากต้องทนและทรมานกับความเหน็บมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ในช่วงนี้อากาศจะดีมากสามารถออกมาเดินเล่นและทำกิจกรรมต่างๆในที่สาธารณะได้ เช่นการปิดคนิคและชมซากุระนั้นเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นนั้นนิยมทำกันมาก

และนอกจากคนญี่ปุ่นก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มานั่งปิคนิคและทำกิจกรรมต่างๆพร้อมชมดอกซากุระด้วยเช่นกัน โดยอุณหภูมิช่วงนี้นั้นจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10-18 องศาถือว่าเป็นอากาศที่กำลังดีมากๆ 

ทำให้ในช่วงนี้นั้นทั้งนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากนอกจากอากาศที่ไม่หนาวจนเกินไปแล้ยังได้ชมความสวยงามทั้งวัฒนธรรมความเป็นอยู่และความสวยงามจากดอกซากุระในช่วงฤดูอบอุ่นนี้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

เกาะติดธรรมชาติ บรรยากาศฟินๆ

เที่ยวแก่งกระจานแบบมืออาชีพ เกาะติดธรรมชาติ บรรยากาศฟินๆ

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีขนาดใหญ่มากๆ เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว ครอบคลุมพื้นที่ถึงสองจังหวัดนั่นคือจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เป็นผืนป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย และเป็นแหล่งกางเต็นท์

ท่องเที่ยวชมธรรมชาติยอดฮิตของนักท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่แก่งกระจานมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บริเวณลุ่มป่าแก่งกระจานมีอะไรให้เที่ยวบ้าง เราลองมาทำความรู้จักกันสักเล็กน้อย

ทะเลสาบแก่งกระจาน มีความกว้างถึง 45 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ช่วยให้ลุ่มป่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี เป็นแหล่งรับน้ำจากแม่น้ำหลายสายในจังหวัดเพชรบุรี กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ พายเรือคายัค ล่องเรือ ตกปลา เป็นต้น

นอกจากทะเลสาบแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่น่าสนใจของแก่งกระจานก็คือ สะพานแขวน ความยาว 500 เมตร ที่เชื่อมโยงเกาะเล็กภายในทะเลสาบแก่งกระจาน เพื่อให้เดินทางสะดวก หรือหากนักท่องเที่ยวคนใดอยากนั่งเรือข้ามฝากไปยังเกาะเล็ก ก็ทำได้เช่นกัน

เขาพะเนินทุ่ง ภูเขาธรรมชาติที่มียอดสูงกว่า 1207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขาพะเนินทุ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ที่เชื่อมต่อกับประเทศพม่า โดยทางฝั่งพม่าเองก็มีเขางะงันนิกยวงตอง ที่สูงกว่า และอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรีเช่นกัน การเดินทางเดินป่าของเขาพะเนินทุ่งจำเป็นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า ให้เจ้าหน้าที่นำทาง โดยใช้เวลาเดินป่า 2 วัน 1 คืน และจะได้พบกับธรรมชาติแบบแท้ๆ พรรณไม้ สัตว์ป่าต่างๆ

ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ และเรายังสามารถมาชมทะเลหมอกที่สวยงามในหน้าหนาวได้ ที่บริเวณพะเนินทุ่งแคมป์ สามารถมานอนกางเต็นท์ได้ การเดินทางมาจุดตั้งเต็นท์นี้สามารถขับรถมาเองได้ แต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯก่อน เพื่อรับใบอนุญาตและตรวจสอบช่วงเวลาที่ทางอุทยานฯเปิดให้ขึ้น

นอกจากแคมป์พะเนินทุ่งแล้ว ยังมีอีกแคมป์ที่น่าสนใจเช่นกัน นั่นคือ แคมป์บ้านกร่าง สามารถมากางเต็นท์นอนได้ และเดินทางได้สะดวกกว่าเขาพะเนินทุ่ง มีผีเสื้อ แมลง นก สัตว์เล็กต่างๆ กว่า300 ชนิด โดยเฉพาะผีเสื้อจะมีเยอะมากเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

ชวนเที่ยวงานประจำปีของจังหวัดลพบุรีที่เขาวงพระจันทร์

  

               สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียงจะรู้ว่าช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ของทุกปีจะเป็นช่วงจัดงานนมัสการร้อยเท้าพระพุทธบาท ซึ่งที่นี่จะมีการจัดงานแบบนี้ทุกปี สำหรับเขาวงพระจันทร์นั้นเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี

ถึงแม้ไม่ใช่ช่วงเทศกาลแต่ผู้คนก็ต่างพากันไปกราบไหว้รอยเท้าพระพุทธบาทและพระพุทธรูปด้านบนของเขากันเป็นประจำ

ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มเดินทางกันมาตั้งแต่เช้ามืดและเริ่มเดินขึ้นเขาทีละขั้นบันได ซึ่งที่นี่มีบันไดทั้งหมด 3790 ขั้นและมีคำเล่าลือต่อๆกันมาว่า หากใครพิชิตเขาวงพระจันทร์ได้ โดยเดินขึ้นบันไดได้ทั้งหมด โดยไม่ถอดใจกลางคันเสียก่อนจะสมหวังกับสิ่งที่อธิฐานของพร ซึ่งที่นี่หากเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาวงพระจันทร์แล้ว ได้สัมผัสกับอากาศที่สดชื่น

เย็นสบายจะทำให้คุณหายเหนื่อยได้ทันที่  คุณจะสามารถมองเห็นวิวสวยๆของจังหวัดลพบุรีได้เลย  สำหรับใครที่มาเป็นครั้งแรกจะรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เพราะถ้านับระยะทางแล้วมีความยาวถึง 1680 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งในการเดินทางหากเดินไปเรื่อยๆ

ไม่ค่อยหยุดพักเท่าไหร่ก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่หากใครที่มักจะแวะพักข้างทางบ่อยๆ หรือพักนานๆ การเดินขึ้นเขาก็อาจจะใช้เวลานานเกือบถึงครึ่งวันได้ ที่นี่ถ้านับบันไดที่จะต้องเดินจริงๆแล้วมีทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 4000 ขั้นเลยที่เดียว เพราะเมื่อเราเดินขึ้นไปถึง 3790 ขั้นแล้ว ยังมีการสร้างบันไดขึ้นมาภายหลังเพื่อให้ขึ้นไปไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่มากๆ อีก 180 ขั้น 

สำหรับการเดินทางขึ้นบันไดเขาวงพระจันทร์นั้น ปัจจุบันสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อน มาก เพราะสมัยก่อนเวลาที่ไปรับน้องที่เขาวงพระจันทร์ต้องพกอาหารและน้ำขึ้นไปกินเอง และทางก็ค่อนข้างรก แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก มีการปรับให้น่าเดินมากขึ้น

สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและจะมีให้สำหรับพักผ่อน หลายจุด ซึ่งแต่ละจุดจะมีการขายน้ำ เครื่องดื่มรวมถึงผ้าเย็นให้ช่วยคลายเหนื่อยได้ด้วย  เราสามารถค่อยๆเดินขึ้นไปเรื่อยๆได้ โดยทางขึ้นจะมีราวให้จับหากใครเดินไม่ไหว

รวมถึงจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ว่าขณะนี้เราเดินขึ้นบันไดมาได้ถึงขั้นแล้ว โดยป้ายบอกทางจะบอกทุกๆ  500 ขั้นเป็นป้ายที่คอยให้กำลังใจให้พยายามเดินต่อไปอีกหน่อย เดี๋ยวก็ถึงที่หมายแล้ว ส่วนขาลงก็ค่อยๆลงสบายๆชิวๆ

จะไม่เหนื่อยเหมือนขาขึ้นบันไดมากนัก ซึ่งที่นี่จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ด้วยกันให้เราขึ้นไปกราบไหว้ขอพร หากใครสนใจจะไปเที่ยวช่วงเทศกาลก็ได้แต่คนจะเยอะหน่อยแต่หากอยากไปแบบชิวๆคนน้อยๆก็ไปวันธรรมดา

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จุดอ่อนบาคาร่า